เครื่องมือเส้นกลาง

แม้ศูนย์กลางจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวาย
แต่ใช่ทุกคนจะถอนตัวออกจากสังคมได้ทันที

เราต่างมีภาระผูกพันธ์เพราะความไม่รู้

ตั้งแต่เรื่องอาชีพ ความสัมพันธ์ บทบาทในสังคม

จึงเกิดเส้นกลางขึ้น

เครื่องมือเหล่านี้พัฒนาจากศูนย์กลาง
เพื่อให้ความพะรุงพะรังในชีวิตลดลงรวดเร็ว

ถึงตอนนั้นการพิจารณาสู่ศูนย์กลางมากขึ้น

ก็เป็นเรื่องง่าย

ทำเพื่อไม่ทำในที่สุด

ไม่ใช่ทำเพื่อทำต่อไปเรื่อยไม่มีสิ้นสุด

เครื่องมือที่หนึ่ง

ประตู

คนดี คนไม่ดี คนที่กำลังทุกข์
มีสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ
ล้วนมีจิตบอกให้เป็นแบบนั้นๆ

จิตบอกให้เป็นคนดี คนไม่ดี บอกให้ทุกข์ได้
จิตนั้นไกล้เคียงกับความคิดมากทีเดียว

จิตบอกให้ขยัน จิตบอกให้เศร้า จิตบอกให้ทุกข์
คือมีจิต

ไม่มีความคิดใดๆ เงียบสงบ
คือไม่มีจิต

แม้คนบอกว่าถ้ารู้อย่างนี้
ก็ ‘อย่าคิด อย่ามีจิต’ จงเป็นศูนย์
แต่คำว่า ‘อย่าคิด’ ก็ยังเป็นจิตอยู่นี่?

การเข้าสู่ภาวะเจียระไนจิต
ท่านต้องกระโดด ไม่ใช่ก้าวเดิน

การก้าวเดินนั้นยังมีจิต
ประตูคือการก้าวกระโดด >>

เครื่องมือที่สอง

อี้จิง

เมื่อท่านมีชีวิตบนขอบเหรียญ
ความวุ่นวายของชีวิตเข้ามาเรื่อยๆ
โลกจะโยนปัญหาเข้ามาดั่งสุ่ม
อาชีพ ความสัมพันธ์ บทบาทในสังคม

คำถามสำคัญที่พบเจอคือ
ฉันควรทำอย่างไร?

หลายครั้งที่ข้อมูลน้อยเกินไป
หลายครั้งที่ท่านตัดสินใจไม่ได้

หลายครั้งที่เกรงว่าตัดสินใจไม่ถูกต้อง

แน่นอนว่าหลายครั้งท่านก็เชื่อตัวตนของท่าน
แต่ลึกๆปัญญาของท่านร่ำร้องอยู่ลึกๆ

ว่าตัวตนของท่านหลายครั้งก็สร้างปัญหา
ท่านจึงโลเลสับสนในการเชื่อมันเต็มร้อย
นั่นถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี

อี้จิงคือการตัดสินใจด้วยวิธีพิเศษ
โดยไม่ใช้ขอบเหรียญ ตัวตนเดิม

แต่เป็นการยืมพลังจากศูนย์กลาง
ช่วยตัดสินใจในเรื่องนั้น >>

เครื่องมือที่สาม

กระจก

หลายสิ่งที่ท่านอาจไม่เข้าใจตนเอง
เพราะท่านไม่อาจเข้าใจตนเองได้ด้วยตาเปล่า
ท่านจำต้องมีเครืองมือช่วยสะท้อนภาพกลับ

กระจกแค่สะท้อน

มันไม่เติมแต่งอะไรลงไป
นั่นทำให้ท่านเห็นมุมมองของปัญหาที่ชัด
หรือเข้าใจตนเองมากขึ้น

แต่มนุษย์ทั่วไปไม่ได้มีภาวะของกระจก

ทุกคนเติมแต่งความคิดแห่งตน
ให้กับปัญหาที่ท่านสอบถาม
หรือตัวตนของท่านที่ถูกปั้นแต่งขึ้นกว่าเดิม

คุรุผู้อยู่กับศูนย์กลางได้เท่านั้น

จึงจะให้ความชัดเจนกับท่านได้ >>

top
X