มุ่งสู่ศูนย์กลาง

ต้นกำเนิด

ลมไม่มีกำลังในตัว
แต่เมื่อผ่านใบพัดกังหันกลับให้ไฟฟ้า
ความคิดไม่มีกำลังในตัว

แต่เมื่อผ่านร่างกายกลับให้การกระทำ

สิ่งที่เหมือนกันของลมและความคิด

คือไม่มีใครรู้ ที่มาอันแน่ชัด
และไม่มีใคร กำกับได้เบ็ดเสร็จ

แต่เราเจียระไนกำลังของมันได้
ลมเจียระไนด้วยการเปลี่ยนสภาพ

ให้เป็นพลังงาน

ความคิดเจียระไน

ด้วยการเข้าสู่ศูนย์กลาง

ศูนย์กลาง

ศิลปินที่วาดภาพจากผ้าใบที่มีภาพอยู่ก่อน
จินตนาการย่อมถูกจำกัด
ทิศทางย่อมถูกกำหนดไว้โดยภาพเดิม

เหรียญอี้จิงนั้นมีรูตรงกลาง

และขอบเหรียญที่เป็นโลหะ

ศูนย์กลางที่เป็นรูนั้นว่างปล่าว

จึงอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ดั่งผ้าใบที่สะอาด

แต่การทำจากขอบเหรียญนั้นจำกัด

ด้วยลวดลายและจารึกเดิมที่มีอยู่

ขอบเหรียญคือความเดิม
การติดกับดักตัวตนที่หนาทึบ
มุ่งสู่ความจำกัดและเชื่องช้า

ศูนย์กลางคือการข้ามผ่าน

ประสบการณ์ ตัวตน ความเชื่อ
มุ่งสู่ความไม่เป็นอะไรเลยโดยฉับพลัน

ประตูสู่ศูนย์กลาง

ชายสองคนเดินทางไปเชียงใหม่

ชายคนแรกมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ

แต่หลายพันกิโลเมตรผ่านไปก็ไม่ถึงเสียที

ชายคนที่สองหันหลังเดินไม่กี่ก้าว
ก็ถึงเชียงใหม่ทันที
เพราะเชียงใหม่อยู่ข้างหลังเขาอยู่แล้ว

มีหนทางสู่ศูนย์กลางอยู่ 2 แบบ

เชื่องช้า และ ฉับพลัน

เชื่องช้าคือการเดินผ่านขอบเหรียญ

ที่ผ่านอุปสรรคคือตัวตน
ท่านต้องใช้เวลาหลายชีวิตเพื่อเข้าถึงศูนย์กลาง

ฉับพลันคือการก้าวกระโดด

เต๋า และ เซน กล่าวไว้
ทั้งเต๋าและเซนต่างก็ไม่เชื่อในความเชื่องช้า
แต่นั่นเพราะคนไม่รู้วิธีเข้าแบบฉับพลัน

ท่านต้องให้คุรุผู้เข้าใจเปิดประตูแก่ท่าน

ท่านจะรู้ว่าศูนย์กลางนั้นไม่ได้ไกลเกินเอื้อมเลย

จับหัวหน้าโจร

ทุกการกระทำของเรา
ล้วนมีที่มาจากจิต

จิตที่มีความโกรธเข้ามา ก็โกรธ

จิตที่มีความสบายเข้ามา ก็สบาย

มนุษย์มีตอบสนองจิตที่เข้ามาต่างออกไป

หนึ่ง

แก้นอกจิต หรือ แก้ด้วยหยาง
คือการหาความสะดวกสบายให้จิตนั้น
เช่น หากเบื่อก็จะขับรถไปหาอะไรทำ
หรือ หากเสียใจก็จะคร่ำครวญถึงคนที่จากไป
สิ่งอำนวยความสะดวกเกิดขึ้นมากมาย
เพราะใช้หยางแก้จิตที่ระคาย

สอง

แก้ในจิต หรือ แก้ด้วยหยิน
คือการแก้ที่จิตโดยตรง
ด้วยการเข้าสู่ศูนย์กลาง
จนจิตที่ระคายอ่อนกำลังลงเอง

แก้ในจิตเป็นการจับหัวหน้าโจร

คือดับที่ต้นตอของทั้งหมด

top
X